จ่ายเงินไปตั้งเยอะ แต่พอถึงเวลายื่นภาษี นักบัญชีกลับบอกว่า "บิลนี้ใช้ไม่ได้" ใครกำลังปวดหัวกับเรื่องนี้อยู่บ้างคะ? ปัญหาคลาสสิกของคนทำธุรกิจคือจ่ายเงินออกไปจริงแต่เอามาลดหย่อนไม่ได้ ทำให้บริษัทต้องเสียภาษีแพงกว่าที่ควรจะเป็น หากคุณกำลังหาคำตอบว่า ค่าใช้จ่ายบริษัทอะไรหักภาษีได้บ้าง? เพื่อนำไปปรับใช้กับกิจการของคุณ เรามาดูวิธีแยกประเภทรายจ่ายและเทคนิคการเตรียมเอกสารที่สรรพากรยอมรับกันค่ะ รับรองว่าทำตามนี้แล้ว สิ้นปีประหยัดภาษีไปได้อีกเยอะแน่นอน
สรุปใน 30 วินาที
- ประเด็นสำคัญ: รายจ่ายที่นำมาหักภาษีได้ต้องเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ 100% และไม่ใช่รายจ่ายเพื่อเรื่องส่วนตัว
- สิ่งที่ต้องทำ: เก็บเอกสารใบกำกับภาษีเต็มรูป ใบเสร็จรับเงิน หรือจัดทำใบสำคัญจ่ายให้ถูกต้องครบถ้วนทุกครั้งที่มีการจ่ายเงิน
- ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยง "รายจ่ายต้องห้าม" เช่น ค่าปรับอาญา เบี้ยปรับภาษี และบิลเงินสดที่ไม่มีชื่อร้านค้า เพราะจะถูกบวกกลับตอนคำนวณภาษี
หลักการเบื้องต้น ค่าใช้จ่ายบริษัทอะไรหักภาษีได้บ้าง?
หลักการง่ายๆ คือต้องเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อกิจการโดยเฉพาะ ไม่ใช่รายจ่ายส่วนตัว และต้องมีเอกสารหลักฐานพิสูจน์ได้ชัดเจนตามกฎหมายค่ะ
ค่าใช้จ่ายบริษัทอะไรหักภาษีได้บ้าง ขั้นแรกเราต้องกลับมาดูที่จุดประสงค์ของการจ่ายเงินค่ะ กรมสรรพากรมีเกณฑ์การพิจารณาที่ชัดเจนมากกว่า รายจ่ายนั้นต้องมีความจำเป็นต่อธุรกิจของคุณจริงๆ ไม่ใช่รายจ่ายที่สร้างขึ้นมาเพื่อหาข้ออ้างในการลดภาษี
สมมติว่าคุณเป็นเจ้าของร้านกาแฟ การซื้อเมล็ดกาแฟ ซื้อเครื่องชง หรือจ้างพนักงาน แบบนี้คือรายจ่ายเพื่อกิจการ สามารถนำมาหักภาษีได้สบายๆ แต่ถ้าคุณเอารถเบนซ์ส่วนตัวไปติดฟิล์มกรองแสง แล้วเอาบิลมาเบิกบริษัท ทั้งที่รถคันนั้นไม่ได้ใช้ขนของหรือส่งกาแฟเลย สรรพากรจะมองว่าเป็นรายจ่ายส่วนตัว ไม่สามารถนำมาหักภาษีบริษัทได้เลยค่ะ
ความเสี่ยงทางภาษี
คือการนำรายจ่ายส่วนตัวของกรรมการหรือครอบครัวมาหักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามกฎหมาย ถ้าสรรพากรตรวจเจอ จะถูกประเมินภาษีนิติบุคคลย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ดังนั้น กฎเหล็กข้อแรกที่คุณต้องจำไว้คือเงินบริษัทไม่ใช่เงินส่วนตัว การดึงเงินออกจากบริษัทต้องมีเหตุผลทางธุรกิจรองรับเสมอค่ะ
กลุ่มค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่หักภาษีได้ 100%
รายจ่ายพื้นฐานที่บริษัทนำมาหักภาษีได้เต็มจำนวน ได้แก่ เงินเดือนพนักงาน ค่าเช่าสำนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าวัสดุสิ้นเปลืองในออฟฟิศ และค่าโฆษณาการตลาด ทั้งนี้เอกสารบิลต่างๆ ต้องระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทอย่างถูกต้อง

สำหรับบริษัทที่เปิดดำเนินงานจริง จะมีกลุ่มรายจ่ายประจำที่สามารถนำมาหักภาษีได้เต็มจำนวนแบบไม่ต้องกังวลค่ะ ขอแค่มีหลักฐานการจ่ายเงินที่ถูกต้องครบถ้วน กลุ่มรายจ่ายเหล่านี้แบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลักๆ เพื่อให้บริหารจัดการได้ง่ายขึ้นค่ะ
รายจ่ายหมวดพนักงานและสำนักงาน
- หมวดบุคคล: เงินเดือน โบนัส ประกันสังคมพนักงาน และสวัสดิการต่างๆ (แต่สวัสดิการต้องมีระบุในระเบียบพนักงานชัดเจนและให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกันนะคะ)
- หมวดสถานที่: ค่าเช่าออฟฟิศ ค่าซ่อมแซมอาคาร ค่าน้ำ ค่าไฟ และอินเทอร์เน็ต
- หมวดการตลาด: ค่าโฆษณา Facebook, Google Ads, ค่าจ้างอินฟลูเอนเซอร์ หรือค่าทำป้ายบิลบอร์ด
ค่ารับรองและค่าน้ำมัน หักได้แต่มีเงื่อนไขเพียบ
ค่ารับรองลูกค้าหักได้สูงสุดไม่เกิน 0.3% ของรายได้รวมหรือทุนจดทะเบียน (เลือกยอดที่สูงกว่า) และสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท ส่วนค่าน้ำมันหักได้หากเป็นรถของบริษัท หรือมีระเบียบเบิกจ่ายค่าน้ำมันสำหรับพนักงานที่นำรถส่วนตัวมาใช้ต่องานบริษัทชัดเจน

หมวดนี้คือจุดปราบเซียนของ SME ค่ะ เพราะเป็นรายจ่ายที่เกิดง่ายแต่สรรพากรเพ่งเล็งเป็นพิเศษ หลายคนสับสนว่า ค่าใช้จ่ายบริษัทอะไรหักภาษีได้บ้าง? มาดูเงื่อนไขกันค่ะ
ค่ารับรองลูกค้า (Entertainment Expenses)
ค่ารับรองคือการพาลูกค้าไปทานข้าว เลี้ยงกาแฟ หรือให้ของขวัญปีใหม่ กฎหมายกำหนดว่าต้องเป็นการรับรองบุคคลภายนอกเท่านั้น ห้ามรับรองพนักงานกันเอง (เว้นแต่จัดงานเลี้ยงประจำปีซึ่งถือเป็นสวัสดิการ) และของขวัญที่ให้ต้องมีราคาไม่เกิน 2,000 บาท ต่อคนต่อครั้ง นอกจากนี้ยังมีเพดานหักได้สูงสุดแค่ 0.3% ของรายได้รวมค่ะ
ค่าน้ำมันและค่าเดินทาง
สมมติว่าคุณเป็นคนที่เพิ่งเปิดบริษัท แล้วเอารถส่วนตัวไปหาลูกค้า ถ้าไม่มีสัญญาเช่ารถหรือไม่มีระเบียบการเบิกจ่าย บิลค่าน้ำมันจะกลายเป็นรายจ่ายต้องห้ามทันที วิธีแก้คือต้องทำบันทึกการเดินทาง (Mileage Log) และต้องระบุให้ชัดเจนว่า วันที่เท่าไหร่ ใครเป็นคนขับ ขับไปพบลูกค้าชื่ออะไร ที่ไหน และเลขไมล์รถเริ่มต้นถึงสิ้นสุดคือเท่าไหร่
ท่องไว้เลยว่า "บิลค่าน้ำมันเพียวๆ ไม่มีบันทึกการเดินทางประกอบ สรรพากรไม่ให้ผ่านแน่นอน"
เปิดลิสต์ รายจ่ายต้องห้าม ที่ SME มักพลาด
รายจ่ายต้องห้ามคือเงินที่บริษัทจ่ายจริงแต่สรรพากรไม่อนุญาตให้นำมาหักภาษี เช่น ค่าปรับอาญา เบี้ยปรับภาษีอากร รายจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับไม่ได้ (บิลเงินสดลอยๆ) และรายจ่ายส่วนตัวของกรรมการ หากลงบัญชีไปแล้วต้องนำมาบวกกลับตอนคำนวณภาษีนิติบุคคล
มาถึงหมวดอันตรายกันบ้าง 'รายจ่ายต้องห้าม' ตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร คือรายจ่ายที่นักบัญชีจะต้องตัดทิ้งตอนคำนวณภาษีสิ้นปี ซึ่งจะทำให้กำไรทางภาษีพุ่งสูงขึ้น และเสียภาษีแพงขึ้นโดยใช่เหตุค่ะ
รายจ่ายต้องห้ามที่เจอบ่อยที่สุดในบริษัท SME :
- เบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีอากร: เช่น ยื่นภาษี ภ.พ.30 ล่าช้า แล้วโดนค่าปรับ ยอดนี้เอามาหักภาษีไม่ได้ค่ะ
- ค่าปรับอาญา: เช่น ค่าปรับจราจร จอดรถผิดที่ หรือขับรถเร็วระหว่างไปส่งของ
- รายจ่ายที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับเงิน: นี่คือปัญหาคลาสสิกของ "บิลเงินสดร้านชำ" ที่มีแค่คำว่าเงินสด แต่ไม่มีชื่อร้านค้า ไม่มีที่อยู่ ไม่มีเลขผู้เสียภาษี
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่นำไปหักภาษีซื้อแล้ว: คุณไม่สามารถนำยอด VAT ไปเคลมภาษีซื้อ แล้วเอามาลงเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทซ้ำได้อีกค่ะ
เอกสารแบบไหน ที่สรรพากรให้ผ่านฉลุย?
เอกสารที่ดีที่สุดคือ "ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป" หรือ "ใบเสร็จรับเงิน" ที่ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทเราอย่างถูกต้องครบถ้วน หากผู้ขายออกบิลให้ไม่ได้ บริษัทต้องจัดทำใบสำคัญจ่าย (Payment Voucher) พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนผู้รับเงิน
การรู้แค่ว่า ค่าใช้จ่ายบริษัทอะไรหักภาษีได้บ้าง? ยังไม่พอ ต้องมี "กระดาษ" มายืนยันด้วย สรรพากรเชื่อในพยานเอกสารมากกว่าคำบอกเล่าเสมอ เอกสารที่คุณต้องเตรียมให้เป๊ะมีตามนี้ค่ะ
- ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป: ต้องมีคำว่า "ใบกำกับภาษี" ชัดเจน มีชื่อ ที่อยู่ เลขผู้เสียภาษีของทั้งฝั่งคนขายและฝั่งบริษัทเรา ห้ามมีรอยขูดลบขีดฆ่าในจุดที่สำคัญเด็ดขาด
- ใบเสร็จรับเงิน: ใช้ในกรณีที่ร้านค้านั้นไม่ได้จด VAT แต่ข้อมูลบนบิลต้องครบถ้วนเหมือนใบกำกับภาษีค่ะ
วางแผนภาษีตั้งแต่ต้นปี ชีวิตดีตอนปิดงบ
การวางแผนภาษีไม่ใช่การเลี่ยงภาษี แต่คือการจัดการเอกสารและระบบเบิกจ่ายให้ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ ควรแยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีบริษัทให้ขาด กำหนดนโยบายการเบิกจ่ายให้ชัดเจน และปรึกษาผู้ทำบัญชีเป็นประจำทุกเดือน เพื่อจัดเก็บรายจ่ายให้หักภาษีได้สูงสุด
เจ้าของกิจการหลายคนชอบหอบบิลใส่ถุงผ้าไปให้นักบัญชีจัดการทีเดียวตอนสิ้นปี แบบนี้พังมานักต่อนักแล้วค่ะ! เพราะถ้ารู้ว่าบิลไหนใช้ไม่ได้ตอนสิ้นปี คุณจะกลับไปขอเอกสารใหม่จากร้านค้าก็ไม่ทันแล้ว การวางแผนภาษีที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่วันแรกของปีนะคะ
เคล็ดลับการจัดการเอกสารให้ง่ายและเป็นระบบ:
- แยกกระเป๋าเงินเด็ดขาด: ห้ามใช้บัญชีธนาคารของบริษัทไปโอนจ่ายค่าไฟบ้านตัวเอง หรือจ่ายค่าเทอมลูกเด็ดขาด
- กำหนดนโยบายบริษัท: เขียนระเบียบการเบิกจ่ายค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง และสวัสดิการพนักงานให้เป็นลายลักษณ์อักษร
- ส่งเอกสารทุกเดือน: ทยอยส่งบิลให้สำนักงานบัญชีตรวจเช็กทุกสิ้นเดือน เพื่อให้ทักท้วงได้ทันถ้ามีบิลไหนผิดปกติ
การพูดคุยกับผู้ตรวจสอบบัญชีหรือผู้ทำบัญชีอยู่เสมอ จะช่วยให้คุณอัปเดตว่า ค่าใช้จ่ายบริษัทอะไรหักภาษีได้บ้าง? ในแต่ละปี เพราะกฎหมายสรรพากรมีการปรับปรุงเรื่องสิทธิลดหย่อนอยู่เรื่อยๆ การมีผู้ช่วยทางการเงินที่ดี จะช่วยให้คุณโฟกัสกับการหาเงินได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีย้อนหลังเลยค่ะ
สรุปสิ่งที่ควรจำ
- ค่าใช้จ่ายเพื่อธุรกิจ: รายจ่ายที่หักได้ต้องพิสูจน์ได้ว่าจ่ายไปเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ
- ความสำคัญของเอกสาร: จ่ายจริงแต่ไม่มีหลักฐานที่ถูกต้อง สรรพากรจะถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามเสมอ
- ข้อควรระวังเรื่องค่ารับรอง: ค่าพาลูกค้าทานข้าวหักได้ แต่มีเพดานจำกัดสูงสุดไม่เกิน 0.3% ของรายได้รวม
- การวางแผนภาษี: ควรแยกบัญชีส่วนตัวกับบริษัทให้ขาด และส่งเอกสารให้นักบัญชีตรวจเช็กทุกเดือน
คำถามที่พบบ่อย
หักได้แน่นอนค่ะ แต่ตอนสั่งซื้อคุณต้องตั้งค่าโปรไฟล์และระบุในระบบให้ร้านค้าออก "ใบกำกับภาษีเต็มรูป" ในนามบริษัทให้ถูกต้อง หากคุณได้แค่ใบเสร็จรับเงินย่อที่ระบบแพลตฟอร์มออกให้อัตโนมัติ (ซึ่งไม่มีเลขผู้เสียภาษีของร้านค้า) สรรพากรอาจจะไม่ยอมรับให้เป็นค่าใช้จ่ายบริษัทค่ะ
เบิกได้ถ้าทำถูกวิธีค่ะ! คุณต้องทำสัญญาเช่ารถยนต์ระหว่างกรรมการกับบริษัท (แม้จะเป็นการให้เช่าฟรีก็ตาม) และต้องมีสมุดบันทึกการเดินทาง (Mileage Log) ระบุชัดเจนว่าวิ่งไปหาลูกค้าที่ไหน วันไหน เลขไมล์เท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นสรรพากรจะตีเป็นรายจ่ายส่วนตัวและกลายเป็นรายจ่ายต้องห้ามทันทีค่ะ
ได้ค่ะ กรรมการก็ถือเป็นพนักงานคนหนึ่งของบริษัทที่ลงแรงทำงาน แต่มีเงื่อนไขว่าบริษัทต้องมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) ทุกเดือนที่มีการจ่ายเงิน และควรนำส่งเงินสมทบประกันสังคมให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วยนะคะ จึงจะถือเป็นรายจ่ายที่สมบูรณ์
อ่านเพิ่มเติม
การรู้ว่าค่าใช้จ่ายบริษัทอะไรหักภาษีได้บ้าง คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ SME จ่ายภาษีอย่างเป็นธรรมและมีกำไรเหลือมากขึ้น หากคุณไม่มีเวลามานั่งแยกบิล หรือกังวลว่าเอกสารที่มีจะใช้ลดหย่อนไม่ได้ ปรึกษา SiamAccount ได้เลยค่ะ เรามีทีม CPA มืออาชีพพร้อมดูแลบัญชีและวางแผนภาษีให้ธุรกิจคุณเติบโตได้อย่างสบายใจไร้กังวล




