รับทำบัญชี
คลินิก/โรงพยาบาลสัตว์
ช่วยจัดการระบบบัญชี ภาษี และควบคุมสต๊อกเวชภัณฑ์ เพื่อให้สัตวแพทย์โฟกัสกับการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงได้เต็มที่ พร้อมปั้นงบการเงินเพื่อขยายสาขา
- แยกรายได้ รักษา/ขายสินค้า
- •
- ควบคุมสต๊อกยา & เวชภัณฑ์
- •
- งบสวยพร้อมกู้ซื้อเครื่องมือ

อุดรอยรั่วสต๊อกยา
เพิ่มกำไรให้คลินิกคุณ
เปลี่ยนข้อมูลหน้าเคาน์เตอร์ เป็น Executive Dashboard ที่วิเคราะห์ต้นทุนและรายได้รายแผนกได้อย่างแม่นยำ
ความท้าทายในการบริหารโรงพยาบาลสัตว์
การบริหารจัดการคลินิกสัตว์ให้เติบโต ไม่ใช่แค่เรื่องของการรักษา แต่คือการบริหารทรัพยากรบุคคลและสินค้าคงคลังที่มีมูลค่าสูง
รายได้หลายประเภท
การแยกสัดส่วนรายได้จากการรักษา (ยกเว้น VAT) และการขายสินค้า (ต้องเสีย VAT)
จัดการสต๊อกยาและเวชภัณฑ์
ยามีวันหมดอายุ มูลค่าสูง หากคุมสต๊อกไม่อยู่กำไรจะจมไปกับของเสียทันที
โครงสร้างต้นทุนแพทย์
การแบ่งเปอร์เซ็นต์ (DF) ให้สัตวแพทย์ผู้ตรวจ และค่าแรงผู้ช่วยสัตวแพทย์
ค่าบริการหลายรูปแบบ
ทั้งเคสฉุกเฉิน แอดมิท ผ่าตัด อาบน้ำตัดขน ซึ่งแต่ละแผนกมี Margin ต่างกัน
การบริหารหลายสาขา
คลินิกหลายแห่งมีปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสาขา ทำให้รวมศูนย์บัญชียาก
การขยายกิจการ
ต้องการลงทุนซื้อเครื่อง X-Ray หรือ Ultrasound แต่ขาดข้อมูลประกอบการกู้ธนาคาร
ทำไมคลินิกสัตว์ต้องมี
ระบบบัญชีเฉพาะทาง?
ธุรกิจสัตวแพทย์มีความซับซ้อนทางภาษีสูงมาก เพราะรายได้ไม่ได้มาจากการรักษาเพียงอย่างเดียว
การแยกบิลระหว่าง "งานบริการที่ได้รับยกเว้น VAT" (เช่น ค่าตรวจรักษา ค่าผ่าตัด) และ "สินค้าที่ต้องเสีย VAT" (เช่น อาหารสัตว์ แชมพู ของเล่น) ต้องกระทำอย่างระมัดระวัง หากนักบัญชีไม่เข้าใจบริบทนี้ คลินิกอาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังหลักแสนบาท
5 ตัวเลขที่ชี้ชะตากำไรของโรงพยาบาลสัตว์
เปลี่ยนข้อมูลหน้าเคาน์เตอร์ให้เป็นรายงาน Dashboard ที่ผู้บริหารสามารถใช้ตัดสินใจทางคลินิกได้ทันที
1. Revenue per Visit
รายได้เฉลี่ยต่อเคส ช่วยให้เห็นภาพรวมว่าควรจัดแคมเปญแพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือผลักดันยอดขายจากโซน Pet Shop เพื่อเพิ่มยอดบิลต่อหัว
2. Drug Cost %
สัดส่วนต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ หากตัวเลขนี้สวิงผิดปกติ อาจหมายถึงการเบิกจ่ายยาที่ไม่สอดคล้องกับบิลรักษา หรือมีการรั่วไหลหลังตู้ยา
3. Inventory Turnover
รอบหมุนเวียนสต๊อก ยาหมดอายุคือเงินสดที่ถูกเผาทิ้ง การเช็ครอบหมุนเวียนจะช่วยให้คลินิกสั่งของได้พอดีกับปริมาณเคสในแต่ละเดือน
4. Payroll Cost
ต้นทุนบุคลากร (หมอ ผู้ช่วย รีเซปชัน แม่บ้าน) คลินิกควรวิเคราะห์เพื่อปรับตารางเวรหมอให้รับกับช่วงเวลา Peak Time เพื่อไม่ให้จ่ายค่าแรงสูญเปล่า
5. Cash Flow
กระแสเงินสดสุทธิ เพราะโรงพยาบาลสัตว์ต้องใช้เงินสดหมุนเวียนสูงในการซื้อยาและอุปกรณ์การแพทย์ สภาพคล่องจึงสำคัญกว่าตัวเลขกำไรในกระดาษ
ปัญหาเรื้อรังที่ฉุดรั้งการเติบโต
บริการจัดการระบบการเงินสำหรับโรงพยาบาลสัตว์
รับทำบัญชีคลินิก
บันทึกแยกประเภทรายได้ ยกเว้น VAT / ไม่ยกเว้น VAT และจัดทำงบการเงินรายเดือนให้ถูกต้องตามหลักสรรพากร
ดูรายละเอียดวางแผนภาษีสัตวแพทย์
ให้คำปรึกษาโครงสร้างภาษีธุรกิจคลินิก การหักภาษี ณ ที่จ่าย และจัดการเอกสารนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ
ดูรายละเอียดบริการ Payroll คลินิก
ทำระบบเงินเดือนสัตวแพทย์ประจำ/พาร์ทไทม์ ผู้ช่วยสัตวแพทย์ พร้อมคำนวณส่วนแบ่งค่าตรวจ (DF) และยื่นประกันสังคม
ดูรายละเอียดวางระบบบัญชี Cloud
เชื่อมต่อโปรแกรมบริหารคลินิกเข้ากับระบบหลังบ้าน PEAK/FlowAccount ดูสต๊อกและกำไรแบบเรียลไทม์
ดูรายละเอียดCFO Advisory
วิเคราะห์จุดคุ้มทุนของการซื้ออุปกรณ์การแพทย์ราคาสูง ประเมินผลตอบแทน และวางแผนจัดการกระแสเงินสด
ดูรายละเอียดเตรียมงบกู้ซื้อเครื่องมือ
จัดทำประมาณการทางการเงินและชุดงบที่มีความน่าเชื่อถือสูง เพื่อยื่นกู้สินเชื่อ SME ขยายโรงพยาบาล
ดูรายละเอียดบริหารสต๊อกยาและเวชภัณฑ์
อย่างมีประสิทธิภาพ
ยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ คือเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงโรงพยาบาลสัตว์ แต่ก็เป็นจุดที่เงินสดจมหายไปได้ง่ายที่สุดเช่นกัน
ระบบบัญชีที่ดีของ SiamAccount จะช่วยคุณวางผังตรวจสอบ มูลค่าสต๊อกคงเหลือ รอบหมุนเวียนสินค้า (Turnover Ratio) และจัดการระบบ FEFO (First Expired, First Out) เพื่อสกัดกั้นการสูญเสียจากยาหมดอายุ และเพิ่มสภาพคล่องในบัญชีธนาคารกลับคืนมา
ระบบคุมสต๊อกแบบมืออาชีพ
- กระทบยอดการเบิกจ่ายยากับใบสั่งยาแพทย์
- แยกต้นทุนวัคซีน ยาฉีด และยาจ่ายกลับบ้าน
- แจ้งเตือนสินค้า Dead Stock ที่หมุนรอบช้า
ครอบคลุมทุกโมเดลธุรกิจ Pet Care
โรงพยาบาลสัตว์ชื่อดังในเชียงใหม่ ปลดล็อกเงินทุนจม
โรงพยาบาลมีปริมาณเคสเข้ารักษาต่อวันสูงมาก แต่กลับมีปัญหาเงินสดขาดมือทุกสิ้นเดือน ทีม CFO ของเราลงพื้นที่วิเคราะห์พบว่ามี "ยาสิ้นเปลืองและอาหารรักษาโรค" ถูกสั่งซื้อมาสต๊อกกักตุนไว้เกินความจำเป็นจนทำให้เสียรอบหมุนเงินสด หลังวางระบบตัดสต๊อกและบริหาร Purchasing ใหม่ สามารถลดสต๊อกค้าง และดึงสภาพคล่องกระแสเงินสดคืนมาได้ถึง 15% ในเวลา 4 เดือน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q:คลินิกสัตว์ ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือไม่?
A:รายได้จากการ 'ตรวจรักษาพยาบาล' จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ครับ แต่ถ้าคลินิกมีการขายสินค้า เช่น อาหารสัตว์ แชมพู ของเล่น หรือบริการกรูมมิ่งอาบน้ำตัดขน และมียอดขายส่วนนี้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องไปจดทะเบียนเข้าระบบ VAT สำหรับส่วนที่ขายสินค้าครับ
Q:โรงพยาบาลสัตว์ ควรใช้ระบบโปรแกรมบัญชีแบบไหน?
A:แนะนำให้ใช้โปรแกรมบริหารคลินิก (Hospital Information System - HIS) ควบคู่กับระบบ Cloud Accounting (เช่น PEAK) เพื่อให้ดึงข้อมูลการรักษา ยาที่จ่าย และใบเสร็จรับเงิน มาบันทึกบัญชีลงสมุดรายวันได้อย่างอัตโนมัติ ลดการทำเอกสารซ้ำซ้อนครับ
Q:ควรจัดการปัญหาสต๊อกยาไม่ตรงได้อย่างไร?
A:ต้องกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงตู้ยาและคลังสินค้า จำกัดผู้เบิกจ่าย และใช้ระบบสแกนบาร์โค้ดตัดสต๊อกทันทีที่ห้องจ่ายยา พร้อมทั้งตั้งรอบนับสต๊อกย่อย (Cycle Count) ทุกๆ สัปดาห์ แทนการรอตรวจนับแค่สิ้นปีครับ
Q:ต้องการขยายสาขาคลินิก ต้องเตรียมงบอะไรบ้าง?
A:ต้องเตรียมงบดุลและงบกำไรขาดทุนย้อนหลังที่แสดงผลกำไรชัดเจน, ประมาณการกระแสเงินสด (Cash Flow Projection) ของสาขาเดิมและสาขาใหม่ รวมถึงแผนธุรกิจที่แสดงจุดคุ้มทุน เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารครับ
Q:สามารถขอกู้เงินธนาคารเพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์ (เช่น X-Ray, เครื่องดมยาสลบ) ได้หรือไม่?
A:ได้ครับ! ธนาคารมีสินเชื่อประเภท Machinery Loan หรือสินเชื่อ SME สำหรับแพทย์โดยเฉพาะ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยมักจะถูกกว่าปกติ แต่เงื่อนไขสำคัญคืองบการเงินของคลินิกต้องสะอาด และมีรายได้เดินผ่านบัญชีธนาคารนิติบุคคลอย่างสม่ำเสมอครับ
ให้บริการบัญชีคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์ครอบคลุมภาคเหนือ
พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบระบบสินค้าคงคลัง และวางแผนภาษีธุรกิจสัตวแพทย์ ให้กับเครือโรงพยาบาลและคลินิกในเขตพื้นที่หลัก
