ขายของได้หลักแสน แต่เงินโอนเข้าบัญชีโดนหักสารพัดค่าธรรมเนียม จนยอดรับจริงหายไปบานตะไท... ใครกำลังงงว่า ภาษี TikTok Shop สรุปแล้วต้องยื่นจากยอดที่ขายได้ หรือยอดเงินสุทธิที่เข้าบัญชีกันแน่ เรามีคำตอบค่ะ การคำนวณภาษีสำหรับร้านค้าออนไลน์มีจุดที่ต้องระวังหลายอย่าง หากยื่นผิดยอดอาจนำไปสู่การโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกวิธีคิดภาษี การหักค่าธรรมเนียมเป็นรายจ่าย และเกณฑ์สำคัญที่คุณต้องรู้ เพื่อให้จัดการภาษีได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุดค่ะ

สรุปใน 30 วินาที

  • ยอดขายภาษี: ต้องนำยอดขายเต็มจำนวนก่อนหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มมาคำนวณรายได้เสมอ
  • ค่าใช้จ่าย: ค่าธรรมเนียม ค่าคอมมิชชัน และค่าโฆษณาสามารถนำมาหักเป็นต้นทุนได้หากมีใบเสร็จถูกต้อง
  • ข้อควรระวัง: หากรายได้รวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ทันที

ยอดขาย TikTok Shop คิดภาษีอย่างไร?

สรรพากรจะคำนวณรายได้จากยอดขายเต็มจำนวน (Gross Sales) ก่อนที่แพลตฟอร์มจะหักค่าธรรมเนียมต่างๆ ไม่ใช่ยอดเงินสุทธิที่โอนเข้าบัญชีธนาคาร หากร้านค้านำเงินสุทธิไปยื่นภาษี จะถือว่าแจ้งรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งมีความผิดและอาจโดนประเมินภาษีย้อนหลังได้ค่ะ

คนกำลังถือเครื่องคิดเลขและดูหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่แสดงกราฟยอดขายของร้านค้าออนไลน์

สมมติว่าแม่ค้าออนไลน์ ขายเสื้อผ้าบนแพลตฟอร์มได้ยอดรวม 100,000 บาท

แต่ระบบหักค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียมธุรกรรมไป 10,000 บาท ทำให้ได้รับเงินจริงแค่ 90,000 บาท

แต่เวลาที่ต้องคำนวณภาษี TikTok Shop ต้องนำตัวเลข 100,000 บาท ไปยื่นเป็นรายได้ค่ะ

ส่วนค่าธรรมเนียมที่โดนหัก เราสามารถเอามาใช้เป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้ แต่ต้องมีเอกสารรองรับที่ถูกต้อง

หลายคนสับสนเพราะชินกับการดูแค่ยอดเงินเข้าบัญชี

ซึ่งตัวเลขหน้าแอปพลิเคชัน มักจะแสดงยอดที่หักลบทุกอย่างแล้วเพื่อให้ดูง่าย

ค่าธรรมเนียม TikTok Shop หักเป็นค่าใช้จ่ายได้ไหม?

หักเป็นค่าใช้จ่ายได้แน่นอนค่ะ ค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น Commission Fee, Transaction Fee, ค่าโฆษณา และค่าคอมมิชชัน Affiliate ล้วนเป็นต้นทุนในการทำธุรกิจ สามารถนำมาหักลดหย่อนรายได้เพื่อเสียภาษีให้น้อยลงได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับรูปแบบการยื่นภาษีของคุณด้วย

กฎหมายอนุญาตให้นำรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการมาหักภาษีได้ เพื่อสะท้อนกำไรจริง

แต่ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเสียภาษีและการเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายด้วยค่ะ

ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาที่เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% จะไม่สามารถนำค่าธรรมเนียมเหล่านี้มาหักเพิ่มได้อีกแล้ว

แต่ถ้าเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง หรือเปิดเป็นรูปแบบบริษัท สามารถนำบิลค่าธรรมเนียมมาลงบัญชีได้เลย

รายจ่ายที่มักพบในร้านค้าออนไลน์

  • ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม: หักจากยอดชำระเงินของลูกค้า
  • ค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์ม: คิดตามหมวดหมู่ของสินค้า
  • ค่าโฆษณา (Ads): ค่าใช้จ่ายในการซื้อแอดเพื่อโปรโมตช่องหรือสินค้า
  • ค่านายหน้า Affiliate: ส่วนแบ่งที่จ่ายให้ครีเอเตอร์ที่ช่วยนำสินค้าไปรีวิว

เอกสารคือหัวใจสำคัญ ถ้าไม่มีใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จรับเงินที่ระบุชื่อร้านค้า สรรพากรจะไม่ยอมรับเป็นค่าใช้จ่ายค่ะ

การจัดการค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้ครบถ้วน จะช่วยลดภาระ ภาษี TikTok Shop ลงได้มาก

ภาษีบุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล แบบไหนคุ้มกว่า?

หากยอดขายของคุณยังไม่ถึง 1.5 - 2 ล้านบาทต่อปี การทำในนามบุคคลธรรมดายังตอบโจทย์และประหยัดค่าทำบัญชี แต่ถ้ายอดขายโตเกิน 2 ล้านบาท การจดบริษัทจะช่วยประหยัดภาษีได้มากกว่า เพราะหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้เต็มที่และเพดานภาษีต่ำกว่าค่ะ

คนสองคนนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ โดยคนหนึ่งกำลังอธิบายเอกสารบนแท็บเล็ตให้อีกคนฟัง

สมมติว่าคุณเปิดร้านค้าออนไลน์และเริ่มมียอดขายเดือนละหลักแสน จนรายได้ทั้งปีทะลุ 2,000,000 บาท

การยื่นภาษีบุคคลธรรมดา จะคำนวณแบบขั้นบันไดซึ่งมีอัตราสูงสุดถึง 35% และมักจะเลือกหักค่าใช้จ่ายเหมาได้แค่ 60%

แต่ถ้าคุณเปลี่ยนมาจดเป็นบริษัท อัตราภาษีสูงสุดจะอยู่ที่ 20% เท่านั้น

แถมธุรกิจ SME ยังได้รับการยกเว้นภาษีในกำไร 300,000 บาทแรกอีกด้วยค่ะ

ที่สำคัญคือ นิติบุคคลสามารถนำค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าจ้างพนักงาน ค่ากล่องพัสดุ และต้นทุนสินค้า มาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ทุกบาททุกสตางค์

การจัดการ ภาษี TikTok Shop ในรูปแบบบริษัท ต้องอาศัยการจัดทำบัญชีที่ได้มาตรฐาน จึงควรมีนักบัญชีคอยดูแล

รายได้ทะลุ 1.8 ล้านบาท ต้องจด VAT ทันที

ไม่ว่าคุณจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัท หากรายได้รวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคมเกิน 1,800,000 บาท กฎหมายบังคับให้ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ภายใน 30 วัน หากละเลยจะมีโทษปรับย้อนหลังที่รุนแรงมากค่ะ

ภาพโคลสอัพมือที่กำลังจัดเรียงใบเสร็จรับเงินและแบบฟอร์มภาษีบนโต๊ะไม้

เรื่องนี้คือหลุมพรางที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์พลาดกันบ่อยที่สุดจนเป็นข่าวอยู่เสมอ

สรรพากรนับยอดขายรวม 1,800,000 บาทจากเงินที่ลูกค้าจ่าย ไม่ใช่กำไรที่คุณได้รับสุทธิ

เมื่อยอดขายทะลุเกณฑ์ คุณมีหน้าที่ต้องบวก VAT 7% เข้าไปในราคาสินค้าเพื่อนำส่งสรรพากร

หรือหากไม่ต้องการขึ้นราคา คุณก็ต้องยอมเฉือนกำไรตัวเองเพื่อจ่าย 7% นี้แทนลูกค้าค่ะ

คุณสามารถขอคำปรึกษาเรื่องการวางแผนจด VAT ได้ที่ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องสะดุดเพราะค่าปรับย้อนหลัง

สิ่งที่ต้องทำเมื่อใกล้ถึงเกณฑ์ VAT

  1. ตรวจสอบยอดขายรวมสะสมทุกเดือนอย่างใกล้ชิด
  2. เตรียมเอกสารเพื่อยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันที่เกินเกณฑ์
  3. ออกใบกำกับภาษีขายให้ถูกต้อง และเริ่มรวบรวมใบกำกับภาษีซื้อเพื่อนำมาหักล้างกัน

เมื่อเข้าระบบ VAT แล้ว การยื่น ภาษี TikTok Shop จะต้องทำเป็นประจำทุกเดือนตามกำหนดค่ะ

ยิงแอดและจ้าง Affiliate ต้องหัก ณ ที่จ่ายไหม?

ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่ะ แต่ถ้าคุณเป็นบริษัท การจ่ายค่าโฆษณาให้แพลตฟอร์มต่างประเทศ หรือจ่ายค่าคอมมิชชันให้ครีเอเตอร์ คุณมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งสรรพากรทุกเดือนตามที่กฎหมายกำหนด

กฎหมายภาษีหัก ณ ที่จ่าย จะบังคับใช้กับผู้ที่จดทะเบียนนิติบุคคลเป็นหลัก

สมมติว่าบริษัทของคุณจ้างครีเอเตอร์มารีวิวสินค้าและแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้

คุณต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% (หมวดค่าบริการ/ค่านายหน้า) และออกหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ครีเอเตอร์ด้วยค่ะ

สำหรับการยิงแอดโฆษณา เนื่องจากบริษัทแม่ของแพลตฟอร์มมักอยู่ต่างประเทศ

คุณจะต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) จากยอดค่าโฆษณา แทนผู้ให้บริการต่างประเทศด้วย

การเตรียมเอกสารเหล่านี้ต้องอาศัยความละเอียดและทำงานแข่งกับเวลา

ควรส่งข้อมูลให้นักบัญชีจัดการให้เสร็จและนำส่งสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปค่ะ

สรุปเอกสารที่ต้องโหลดจาก Seller Center

เจ้าของร้านควรเข้าไปที่ Seller Center เพื่อดาวน์โหลดรายงานคำสั่งซื้อ (Order Report) สำหรับดูยอดขายรวม และใบแจ้งหนี้ (Tax Invoice) ของค่าธรรมเนียมต่างๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการลงบัญชี ควรทำเป็นประจำทุกสิ้นเดือนเพื่อป้องกันเอกสารสูญหายหรือถูกลบออกจากระบบค่ะ

ระบบหลังบ้านมีข้อมูลทุกอย่างที่ต้องใช้ในการยื่น ภาษี TikTok Shop

การปล่อยทิ้งไว้แล้วค่อยมาโหลดรวบยอดช่วงสิ้นปี มักจะเกิดปัญหาข้อมูลตกหล่น บางระบบอาจดูย้อนหลังได้จำกัดระยะเวลา

ขั้นตอนการเตรียมเอกสารประจำเดือน

  1. เข้าสู่ระบบหลังบ้านของร้านค้าผ่านคอมพิวเตอร์
  2. ไปที่เมนูการเงิน (Finance) เพื่อดูสรุปรายได้
  3. เลือกดาวน์โหลดรายงานสรุปยอดขายรายเดือนในรูปแบบ Excel
  4. ดาวน์โหลดใบกำกับภาษีค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บ

ข้อมูลเหล่านี้เป็นหลักฐานชั้นดีที่ช่วยพิสูจน์รายได้และค่าใช้จ่ายของเรากับสรรพากร

สรุปสิ่งที่ควรจำ

  • ยอดขายเต็มจำนวน: สรรพากรคิดรายได้จากราคาเต็มของสินค้าก่อนหักค่าธรรมเนียมเสมอ
  • การหักค่าใช้จ่าย: ค่าธรรมเนียมและค่าแอดสามารถบันทึกเป็นรายจ่ายกิจการได้หากเก็บเอกสารครบถ้วน
  • เกณฑ์จด VAT: รายได้รวมทั้งปีแตะ 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน
  • เอกสารหลังบ้าน: ควรดาวน์โหลดรายงานคำสั่งซื้อและใบแจ้งหนี้จาก Seller Center ทุกสิ้นเดือน
  • รูปแบบธุรกิจ: หากยอดขายโตเกิน 2 ล้านบาทต่อปี การจดบริษัทจะช่วยประหยัดภาษีได้มากกว่า

คำถามที่พบบ่อย

อ่านเพิ่มเติม

หากคุณกำลังปวดหัวกับตัวเลขยอดขายที่ซับซ้อน หรือกังวลว่ารายได้ใกล้แตะเกณฑ์จด VAT 1.8 ล้านบาท ลองปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญจาก SiamAccount เพื่อช่วยดูแลการทำบัญชีและวางแผนภาษีให้ถูกต้อง ให้คุณมีเวลาโฟกัสกับการเพิ่มยอดขายได้อย่างเต็มที่ค่ะ